ดร. จอห์น แมคอาเธอร์  1983-2025

แชร์บทความนี้

เขียนโดย: ดร.ศิริพงษ์ ย. วันที่: 16/07/2025

ด้วยความเคารพรักและไหว้อาลัยแด่ ดร. จอห์น แมคอาเธอร์ 1938-2025 (Dr. John F. MacArthur Jr.)

เวลามีคนมาถามผมว่านักเทศน์ที่ผมชื่นชอบมากที่สุดคือใคร ผมไม่เคยลังเลเลยที่จะตอบว่าคนๆ นั้นคือ “ดร.จอห์น แมคอาเธอร์” ท่านคือนักเทศน์เบอร์หนึ่งสำหรับผมมาโดยตลอดตั้งแต่ผมได้มีโอกาสได้ฟังคำเทศนาและอ่านหนังสือของเขาตอนที่ผมมาเป็นคริสเตียนได้ไม่นาน บางคนอาจจะคิดว่านั่นเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของผม แต่ถ้าเราดูนักเทศน์ที่สัตย์ซื่อต่อพระคำที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่าหาคนที่เทียบเคียงกับท่านได้ยากมาก นักเทศน์คนอื่นๆ ที่ผมชื่นชอบจำนวนมากก็ยังห่างไกลจากท่านมากและต่างก็ยังยกย่องให้ท่านเป็นนักเทศน์คนโปรดของพวกเขาอีกด้วย หรือถ้าเราย้อนกลับไปดูนักเทศน์ที่เคยมีชีวิตในรอบเกือบ 100 ปี คนแบบท่านนั้นมีน้อยมากๆ

ด้วยความที่ผมนับถือในการรับใช้และคำสอนของเขา เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ผมตัดสินใจว่าจะเรียนต่อระดับปริญญาเอก ในโลกนี้จึงมีเพียงสถานที่เดียวที่ผมสนใจที่จะไปเรียน นั่ก็คือ สถาบันที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งและสอนอยู่ที่นครลอสแอลเจลิส ประเทศอเมริกา ตอนนั้นผมคิดว่าถ้าเข้าที่นี่ไม่ได้ก็กะว่าจะไม่เรียนต่อแล้ว เพราะไม่มีที่ไหนที่อยากเรียนเท่ากับที่นี่ แต่ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงเปิดทางให้ได้เรียนที่นั่นและจบในปี 2023

ถ้าหากมีพี่น้องท่านใดที่ได้รับพระพรจากการรับใช้ของผมบ้างตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะผ่านทางคำเทศนา คลิปสั้นต่างๆ หรือหนังสือของผม จะบอกว่าพระเจ้าก็ได้อวยพรพี่น้องผ่านทางดร.แมคอาเธอร์โดยทางอ้อมแล้ว เพราะผมได้เรียนรู้หลายอย่างจากดร.แมคอาเธอร์ และท่านคือผู้ที่ทรงอิทธิผลมากที่สุดคนหนึ่งในชีวิตผมและเป็นแรงบันดาลใจหนึ่งในการรับใช้ของผม

บทเรียนและแรงบันดาลใจต่างๆ ที่พระเจ้าได้ให้ผมผ่านท่านนั้นกลั่นออกมาเป็นคำพูดและตัวหนังสือได้ยากมาก เหตุผลก็เพราะว่ามันมีมากมายเหลือเกินจนไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรและเริ่มต้นจากจุดไหนดี แต่ว่ามีอยู่ 3 อย่างสั้นๆ ที่ผมได้เรียนรู้จากท่านในด้านของชีิวิตการรับใช้

  1. การยึดมั่นในพระคัมภีร์
    ในกลุ่มคนจำนวนมากมาย(รวมถึงตัวผมด้วย) ชื่อของดร.แมคอาเธอร์ กับ ความจริงจากกพระคัมภีร์นั้นเป็นสิ่งที่ควบคู่กัน เวลาเราฟังคำเทศนา คำสอนของ งานเขียน หรือการให้สัมภาษณ์ของท่าน นั้นล้วนแต่เต็มไปด้ยพระวจนะของพระเจ้า สิทธิอำนาจสูงสุดในชีวิตท่านพระคำของพระเจ้า แต่ละครั้งที่ท่านยืนขึ้นและเทศนา เราจึงคาดหวังได้ตลอดเวลาว่าเราจะได้ฟังพระคำของพระเจ้า เนื่องจากอัดแน่นไปด้วยพระคัมภีร์ หลายๆ คนที่ไม่ได้สนใจพระวจนะอย่างแท้จริงก็จะมองว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ แต่ว่าไม่เลยสำหรับคนที่อยากรู้จักพระเจ้ามากขึ้นผ่านทางพระคำของพระองค์ ผมจึงมองว่าการรับใช้ตลอดชีวิตของท่านสรุปได้ใน 3 คำนี้ “พระคัมภีร์ พระคัมภีร์ พระคัมภีร์”
  2. ความกล้าหาญในการยืนหยัดเพื่อความจริง
    เนื่องจากท่านมั่นใจในพระคัมภีร์และมองว่านั่นก็คือพระวจนะของพระเจ้า ท่านไม่เคยกลัวในการพูดและสอนอย่างตรงไปตรงมาตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ ท่านไม่ใช่คนที่พูดหรือสอนเพื่อให้คนมาชอบหรือมาติดตามเยอะๆ ท่านไม่ใช่คนประเภทที่จะสอนเอาใจใครแต่อย่างใด ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใครก็ตาม แต่พระคัมภีร์ว่าอย่างไร ท่านก็ว่าอย่างนั้น จึงไม่แปลกใจที่หลายๆ ครั้งเขาก็โดนจมตีและต่อต้านเพราะความกล้าหาญของเขา แต่ถ้าเราถามดร.แมคอาเธอร์ ท่านคงจะบอกว่า เขาก็แค่พูดตามที่พระคัมภีร์สอนไว้ แม้ว่าจะฟังดูง่ายมากๆ แต่ว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก เพราะด้วยความเป็นมนุษย์ ทุกคนต่างต้องการการยอมรับจากมนุษย์ด้วยกัน จึงทำให้เกิดการประนีประนอมความจริงเกิดขึ้น แต่นั่นไม่ใช่ดร. แมคอาเธอร์ เพราะท่านรู้ดีว่าการได้รับการยอมรับจากพระเจ้านั้นสำคัญกว่า
  3. ความสัตย์ซื่อในการรับใช้
    ลองนึกดูนะครับ ดร.แมคอาเธอร์ มาเป็นศิษยาภิบาลที่คริสตจักรตอนท่านอายุเพียงแค่ 29-30 ปี และท่านเป็นศิษยาภิบาลอยู่ที่เดิมจนวันที่ท่านเสียชีวิตในวัย 86 ปี จำนวนปีที่ท่านเป็นศิษยาภิบาลที่นั่นคือจำนวน 56 ปี! การรับใช้เป็นเวลา 56 ปีนั้นเรื่องหนึ่ง แต่การรับใช้อยู่ที่เดิมติดต่อกันแบบนั้นเป็นเวลาที่นานมากและเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก และตลอดเวลา 56 ปีนั้น ท่านสัตย์ซื่อในการเทศนาและสอนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย พันธกิจต่างๆ ทั้งหมดของท่านก็เป็นผลผลิตของความสัตย์ซื่อของท่าน (โดยพระคุณของพระเจ้า) แต่ท่านก็จะบอกตลอดเวลาว่าตั้งแต่วันแรกจนบั้นปลายชีวิตการรับใช้ เขาก็ยังทำทุกอย่างเหมือนเดิมคือ ศึกษาพระคำของพระเจ้า สอนและเทศนาพระคำของพระเจ้าทุกๆ สัปดาห์ และเขาทำแบบนี้อย่างสัตย์ซื่อเป็นเวลากว่าครึ่งทศวรรษ เขาสัตย์ซื่อคนกระทั่งวินาทีสุดท้ายของท่าน

ผมจึงขอบคุณพระเจ้าสำหรับชีวิตและการรับใช้ของท่านเป็นอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าชีวิตของท่านจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของคริสเตียนว่าท่านทรงมีอิทธิพลและบทบาทแค่ไหนในกลุ่มคนที่รักพระเจ้าและพระคำของพระองค์อย่างแท้จริง ผมเชื่อว่าคนแบบท่านไม่ได้มีหาให้เห็นบ่อยๆ 50-100 ปีอาจจะมีคนหนึ่ง แต่เราต้องการคนแบบท่านอีก! ขอพระเจ้าทรงช่วยส่งมาให้เราอีก!

วันหนึ่ง(อาจจะเริ่มต้นแล้ว) ผู้คนจะยกย่องและมองท่านเหมือนกับที่ตัวท่านและคนจำนวนมากยกย่องผู้รับใช้ในอดีตที่สัตยซื่ออย่าง ซี. เอช. สเปอร์เจียน(C.H. Spurgeon 1834-1892) และ เดวิด มาร์ติน ลอยด์-โจนส์ (David Martyn Lloyds-Jones 1899-1981) แต่ถ้าดร.แมคอาเธอร์ ได้ยินคำกล่าวในลักษณะนี้ ท่านก็คงไม่ยอมรับคำชมในลักษณะนี้และจะกล่าวเหมือนกับมาร์ติน ลูเธอร์ (Martin Luther 1483-1546) ว่าท่านไม่ได้ทำอะไรเลย เขาแค่สอนและเขียนเกี่ยวกับพระพระคัมภีร์ เป็นการทำงานของพระวจนะของพระเจ้า!

ท่านเคยกล่าวไว้ว่า “สิ่งเดียวที่ความตายสามารถทำต่อผู้เชื่อได้ก็คือการส่งผู้เชื่อนั้นไปหาพระเยซู” วันนั้นได้มาถึงแล้ว ขอให้ท่านได้พักสงบและชื่นชมยินดีในเมืองบรมสุขเกษมต่อหน้าพระพักต์ของพระเยซูคริสตเจ้าที่ท่านเชื่อ รัก และรับใช้มาตลอดชีวิต

แม้ว่าวันนี้ท่านจะไม่ได้อยู่กับเราแล้ว แต่ว่าชื่อ “ดร.จอห์น แมคอาเธอร์” จะคงอยู่เป็นตำนานในใจผมและผู้คนอีกมากมายตลอดไป

Scroll to Top