เขียนโดย: ดร.ศิริพงษ์ ย. รูปภาพโดย: Kiera Burton วันที่: 07/10/2025
เคยไตร่ตรองดูหรือไม่ว่าหน้าที่ของเด็กๆ คืออะไร?
และในขณะที่พวกเขาเหล่านั้นยังเล็กอยู่ เขาสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อที่จะถวายเกียรติแด่พระเจ้า?
หนึ่งในคำตอบของคำถามสองข้อนี้ก็คือ การเชื่อฟังและให้เกียรติพ่อแม่
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่หน้าที่ทั้งหมดของเด็กๆ หรือเป็นสิ่งเดียวที่นำมาซึ่งการถวายเกียรติแด่พระเจ้า แต่ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง
ท่านเปาโลย้ำถึงความสำคัญนี้ไว้ในโคโลสี 3:20 ว่า “บุตรทั้งหลายจงเชื่อฟังบิดามารดาของตนในทุกเรื่อง เพราะสิ่งนี้เป็นที่ชอบพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้า”
แต่ว่าการเชื่อฟังคืออะไร? คือการทำตามคำสั่ง/คำสอน หรือการติดตาม ในบริบทนี้คือการที่เด็กๆ นั้นอยู่ในโอวาทของพ่อแม่
โคโลสี 3:20 ด้านบนนี้บอกกับเราว่าการเชื่อฟังพ่อแม่เป็นสิ่งที่ลูกๆ ต้องทำและเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัย แน่นอนว่าคำว่า “…เชื่อฟังทุกอย่าง…” ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเรื่องที่ชั่วร้ายอย่างไรก็ได้ แต่สิ่งที่ดีงามที่ไม่ขัดต่อพระคำหรือเป็นความบาป เพราะพระคัมภีร์ก็คาดหวังไว้แล้วว่าพ่อแม่ที่ดีๆ ก็จะสอนและปรารถนาสิ่งดีๆ ให้ลูก (ลูกา 11:12-13)
ในเอเฟซัสก็คล้ายๆ กัน ท่านเปาโลเขียนเพิ่มเติมไว้ว่า “บุตรทั้งหลาย จงเชื่อฟังบิดามารดาของท่านในองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะว่านี่เป็นเรื่องถูกต้อง “จงให้เกียรติบิดามารดาของเจ้า” นี่เป็นบัญญัติข้อแรกที่มีพระสัญญากำกับด้วย “เพื่อเจ้าจะไปดีมาดีและมีอายุยืนยาวบนแผ่นดินโลก”” (เอเฟซัส 6:1-3)
ในเอเฟซัสข้อนี้ก็เช่นเดียวกัน ท่านเปาโลย้ำเตือนถึงความสำคัญที่เด็กๆ นั้นต้องเชื่อฟัง และสิ่งที่เพิ่มมาจากพระธรรมโคโลสีก็คือการให้เกียรติพ่อแม่ ซึ่งสื่อถึงการกระทำที่แสดงให้เห็นว่าลูกๆ นั้นให้ความเคารพต่อพ่อแม่
ส่วนประโยคที่ว่า “เพื่อเจ้าจะไปดีมาดีและมีอายุยืนยาวบนแผ่นดินโลก” ไม่ได้แปลว่าเมื่อเชื่อฟังหรือให้เกียรติพ่อแม่แล้ว ลูกๆ จะไม่เจ็บ ไม่จน หรือไม่ตาย แต่ชี้ให้เห็นว่าพระพรของพระเจ้านั้นเป็นของลูกๆ ที่เชื่อฟังและให้เกียรติพ่อแม่ เมื่อพระคำตรัสไว้แบบนี้ ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ ที่เด็กๆ นั้นไม่เชื่อฟังและให้เกียรติพ่อแม่
แบบอย่างที่สูงสุดของการเชื่อฟังและให้เกียรติพ่อแม่คงไม่มีใครเกินพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแต่ถ่อมตัวลงมายังโลกนี้และมารับสภาพเป็นมนุษย์ เป็นลูกของมารีและโยเซฟ พระคัมภีร์ไม่ได้บันทึกช่วงวัยเด็กของพระองค์ไว้มากมาย แต่ว่าพระคำข้อหนึ่งที่สรุปการเจริญเติบโตของพระเยซูได้ดีที่สุดข้อหนึ่งก็คือลูกา 2:52 ที่เขียนไว้ว่า “’พระเยซูเจริญขึ้นในด้านสติปัญญาและด้านร่างกาย เป็นที่ชอบต่อพระพักตร์พระเจ้าและต่อหน้าคนทั้งหลายด้วย”
คำหนุนใจสำหรับ ลูกๆ ทั้งหลายที่กำลังอยู่วัยเจริญเติบโต:
อย่าลืมว่าการเชื่อฟังและให้เกียรติพ่อแม่นั้นเป็นทั้งหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะลูก สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า แต่ยังเป็นผลดีต่อชีวิตด้วย พระคัมภีร์เขียนไว้ว่าจุดเริ่มต้นของสติปัญญาและความรู้คือการยำเกรงพระเจ้า(สุภาษิต 1:7) เช่นเดียวกัน จุดเริ่มต้นของการเป็นลูกที่ดีและลูกที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้านั้นเริ่มต้นที่การเชื่อฟังและให้เกียรติพ่อแม่
คำหนุนใจสำหรับพ่อแม่ทั้งหลาย หรือท่านอื่นๆ ที่ต้องเลี้ยงดูเด็กๆ (ไม่ว่าจะเป็นลูกของใครก็ตาม):
เมื่อพระคัมภีร์กำชับไว้แบบนี้ อย่าลืมว่าท่านมีหน้าที่ในการสอนให้เด็กๆ เหล่านั้นทำตามพระคัมภีร์โดยการเชื่อฟังและให้เกียรติพ่อแม่ เราต้องไม่ลืมว่าเด็กๆ ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้ด้วยตนเอง ท่านต้องหมั่นสอนเขาด้วยความอดทน แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา และไม่สามารถเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน อย่าละเลยและอย่าท้อแท้ในการสอนเรื่องดังกล่าว
แม้ว่าอาจจะไม่จริงสำหรับทุกคน แต่ว่ามีคนเคยให้ข้อคิดไว้อย่างน่าสนใจว่าลูกๆ ที่ไม่ให้เกียรติหรือไม่เชื่อฟังพ่อแม่นั้นมีความเป็นไปได้สูงมากสูงมากที่เขานั้นจะมีทัศนคติแบบเดียวกันต่อพระเจ้า!
เราทุกคนในฐานะพ่อแม่ ไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้าลูกจะเชื่อฟังหรือให้เกียรติหรือไม่ แต่หน้าที่ของเราในวันนี้ก็สั่งสอนลูกอย่างสัตยซื่อ และฝากผลลัพธ์ไว้กับพระเจ้า
เมื่อเราเห็นจากพระคัมภีร์แล้วว่าการเชื่อฟังและการให้เกียรติพ่อแม่เป็นหน้าที่ของลูกๆ ต่อหน้าพระเจ้า เป็นสิ่งที่พระองค์พอพระทัย อีกทั้งยังเป็นพระพรสำหรับพวกเขาอีกด้วย ขอให้ทั้งคนที่เป็นลูกและพ่อแม่บากบั่นเพื่อประสงค์นี้ของพระเจ้าจะเกิดขึ้นจริงในครอบครัว และเราเชื่อมั่นได้ว่าพระคุณของพระเจ้านั้นเพียงพอสำหรับทั้งพ่อแม่และลูก!
#พระคัมภีร์ #คริสเตียน #พระเจ้า #สื่อที่พูดเรื่องพระเจ้า #คริสตจักร
____________________________________
