ทำความรู้จักสดุดี 119

แชร์บทความนี้

เขียนโดย: ดร.ศิริพงษ์ ย. รูปภาพโดย:  jeffjacobs1990 วันที่: 16/06/2026

ตั้งแต่พระเจ้าทรงสร้างโลกมา พระองค์ทรงสื่อสารกับมนุษย์เราด้วยหลากหลายวิธี เช่น ด้วยพระสุรเสียงของพระองค์ ผ่านทางความฝันและนิมิตต่างๆ 

แต่ว่าวิธีที่ดีที่สุดที่พระเจ้าเคยใช้ในการสื่อสารกับเราก็คือ พระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเสด็จมายังโลกนี้ เหมือนที่ฮีบรู บทที่ 1:1-2 ที่บอกว่า “นานมาแล้วพระเจ้าตรัสกับบรรพบุรุษของเราหลายครั้ง และหลายวิธีผ่านทางพวกผู้เผยพระวจนะ แต่ในวาระสุดท้ายนี้พระองค์ตรัสกับเราทางพระบุตร ผู้ที่พระองค์ทรงตั้งให้เป็นทายาทรับสิ่งทั้งปวง พระเจ้าทรงสร้างจักรวาลทางพระบุตร”

คำถามหนึ่งที่สำคัญก็คือ รองลงมาจากพระคริสต์ที่มาสื่อสารกับเราโดยตรง อะไรคือวิธีที่พระเจ้าทรงเลือกใช้ในการสื่อสารกับเรา?

คำตอบของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน เช่น บางคนคิดว่าเป็นความฝัน บางคนมองว่าเป็นนิมิต หรือบางคนถึงขั้นอ้างว่าสามารถสื่อสารกับพระเจ้าได้โดยตรง!

แต่ว่าพระเจ้าบอกกับเราว่าพระองค์ทรงสื่อสารกับเราผ่านทางพระคำของพระองค์! 2 ทิโมธี 3:16 บอกว่า “พระวจนะทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า…” ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นประโยชน์ต่อคริสเตียน เหมือนที่ท่านเปาโลเขียนต่อไว้ว่า “…และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การแก้ไขสิ่งผิด และการอบรมในความชอบธรรม เพื่อคนของพระเจ้าจะมีความสามารถและพรักพร้อมเพื่อการดีทุกอย่าง”(ข้อที่ 16ข-17) 

ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ แต่ว่าทรงพลังอย่างมาก ฮีบรู 4:12 ได้เขียนบอกเราไว้ว่า “เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้านั้นมีชีวิตและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ และคมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งแยกจิตและวิญญาณ ทั้งข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย”

เราจึงจะเห็นได้ว่า พระวจนะของพระเจ้ากับชีิวิตของคริสเตียนนั้นจึงแยกออกจากกันไม่ได้ ชีวิตคริสเตียนกับการใช้เวลากับพระคำจึงต้องไปควบคู่กัน พระเยซูบอกกับเราในมัทธิว 4:4 ว่า “มนุษย์จะดำรงชีวิตด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดำรงชีวิตด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า”

และพระธรรมที่พูดถึงพระวจนะของพระเจ้าไว้มากที่สุด ลึกซึ้งที่สุด และสวยงามที่สุด็คือ สดุดี 119

ในชีวิตคริสเตียนของผม เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมรู้สึกว่าเริ่มห่างไกลออกไปจากพระคำของพระเจ้า สดุดี 119 เป็นบทที่ผมมักจะกลับมาอ่าน และช่วยกอบกู้ให้ผมนั้นกลับมาใช้เวลากับพระคำอีกครั้งหนึ่ง

เป้าหมายของบทความนี้คือการทำความรู้จักสดุดีบทที่  119 คร่าวๆ (และหวังว่าในอนาคตจะได้มาดูเนื้อหาของสดุดี 119 ได้มากขึ้น)

มีหลายอย่างที่น่าสนใจและน่าทึ่งเกี่ยวกับสดุดี 119

ความยาว

สดุดี 119 เป็นบทที่ยาวที่สุดในพระคัมภีร์ มีทั้ง 176 ข้อด้วยกัน! ยาวกว่าพระธรรมเอเฟซัสและอื่นอีกเกือบ 30 เล่มในพระคัมภีร์ทั้งฉบับเดิมและฉบับใหม่ ซึ่งอาจจะต้องรวมหลายๆ เล่มเข้าด้วยกันจึงจะยาวเท่าสดุดี 119 บทต่อไปที่ยาวที่สุดถัดมาจากสดุดี 119 ก็เช่น 1 พงศ์กษัตริย์ 8 กันดารวิถี 7 และเฉลยธรรมบัญญัติ 28 เป็นต้น แต่เมื่อเทียบกัน สดุดี 119 ก็ยังยาวกว่าพระธรรมต่างๆ เหล่านี้หลายเปอร์เซ็นต์ด้วยกัน(แหล่งข้อมูลบางส่วนอ้างว่ายาวกว่าตั้ง 25%)

วิธีเขียน

วิธีการประพันธ์สดุดี 119 นั้นน่าทึ่งมาก เพราะเราต้องไม่ลืมว่าสดุดี 119 นั้นแต่เป็นบทกลอนไว้ เหมือนกับหลายๆ บทในสดุดี แต่ว่าความต่างก็คือว่าสดุดี 119 มีทั้งหมด 22 ตอน ซึ่งคือคำนวนพยัญชนะทั้งหมดของภาษาฮีบรู เพราะฉะนั้น ถ้าเราดูในพระคัมภีร์ เราจะเห็นพยัญชนะภาษาฮีบรูด้วย แต่ผู้เขียนเขียนโดยใช้วิธีเรียงพยัญชนะตั้งแต่ต้นจนจบ คือในทุกๆ ข้อ ของทุกๆ วรรคนั้นเริ่มต้นพยัญชนะนั้นๆ ในภาษาฮีบรู ถ้าเราเทียบกับภาษาไทยก็เช่น ทุกข้อในวรรคแรกเริ่มต้นด้วยก.ไก่ วรรคที่สองด้วยข.ไข่ และเรียงกันไปจนถึงฮ.นกฮูก ซึ่งไม่เรื่องง่ายเลย แต่นี่เป็นสิ่งที่ผู้เขียนได้ทำไว้

ผู้เขียน

เราไม่รู้ว่าใครเป็นคนเขียนสดุดีบทนี้ บ้างก็บอกว่าเป็นกษัตริย์ดาวิด บ้างก็บอกว่าเป็นดาเนียลหรือเยเรมีย์ แต่บ้างก็บอกว่าน่าจะเป็นเอสรา

แต่ว่าโดยส่วนตัวในบรรดาคนเหล่านี้ ผมค่อนข้างที่เอนเอียงไปทางเอสรามากที่สุด เหตุผลหนึ่งก็เพราะว่าท่านเอสราเป็นผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์ และเอสรา 10:7 เขียนไว้ว่า “เพราะเอสราได้ตั้งใจของท่านที่จะศึกษาธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์ และทำตามและสอนกฎเกณฑ์และกฎหมายของพระองค์ในอิสราเอล” 

ถึงแม้ว่าเราไม่รู้ว่าใครเขียน แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามต้งอเป็นคนที่ 

1. รู้จักอย่างแท้จริง 

2. รักพระคำอย่างมาก และ

 3. เป็นคนที่เจอกับความยากลำบากมาย ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวด การถูกข่มเหง การถูกใส่ร้าย และอื่นๆ อีกมากมาย( 23, 42, 51, 150, 61, 86, 95, 110, 121, 134, 157, 161, 67, 71, 143, 153). จึงมีคนตั้งชื่อสดุดี 119 ไว้ว่า “ความชื่นชมยินดีจากพระคำของพระเจ้าท่ามกลางความทุกข์ยาก”

การใช้คำที่สื่อถึงพระวจนะของพระเจ้า

เวลาเราพูดถึงพระคัมภีร์ เราใช้อยู่ไม่กี่คำ เช่น พระวจนะ  หรือ พระคำของพระเจ้า เป็นต้น แต่ว่าสิ่งที่น่าทึ่งก็คือ ผู้เขียนสดุดี 119 นั้นใช้หลากหลายคำมาก แม้ว่าจะมีสื่อถึงพระคำเหมือนกัน แต่ว่ามีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป แต่ว่าหลักๆ เลยเนี่ย ผู้เขีียนสดุดี 119 ใช้คำฮีบรูอยู่ 8 คำที่ผู้เขียนใช้ซ้ำๆ กันเพื่อสื่อถึงพระคำของพระเจ้า แต่ละคำก็ใช้อย่างน้อย 19-24 ครั้ง ภาษาไทยก็แปลไว้โดยใช้คำต่างๆ เช่น ธรรมบัญญัติของพระงอค์ พระบัญญัติของพระเจ้า พระโอวาทของพระองค์ พระมรรคาของพระองค์ กฎเกนฑ์ของพระองค์ กฎหมาของพระองค์ ข้อบังคับของพระองค์ และพระวจนะของพระองค์  เป็นต้น

ไม่ว่าท่าจะมาเป็นคริสเตียนมานานแค่ไหนแล้วก็ตาม ผมจึงอยากจะเชิญชวนทุกคนอ่านและใช้เวลาในการศึกษาใคร่ครวญสดุดี 119 เพราะสดุดีบทนี้ทำจะช่วยยกทัศนคติที่เรามีต่อพระคำของพระเจ้า ซึ่งคือการยกระดับทัศนคติที่เรามีต่อพระเจ้าด้วย

Scroll to Top