พระเจ้าปลอบโยนเราได้

แชร์บทความนี้

เขียนโดย: ดร.ศิริพงษ์ ย. รูปภาพโดย: Ri_Ya  วันที่: 14/09/2026

ตั้งแต่เราเกิดมาจนกระทั่งวันที่เราจากโลกนี้ไป ทุกคนต้องการการปลอบโยน และทุกคนหาที่ปลอบโยนอยู่เสมอ

แต่ว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปตลอดก็คือ…. สิ่งที่เราพึ่งพาในการปลอบโยนนั้นเปลี่ยนแปลงไปตลอด ผมมีลูก 3 คน เวลาเขาเล่นแล้วเจ็บ สิ่งที่ปลอบโยนเขามากที่สุดก็คือ อ้อมกอดจากผมหรือไม่ก็ภรรยา พร้อมกับเป่าเบาๆ ตรงจุดที่เขาเจ็บ หรือบางทีแม้แต่ไอศกรีมหรือการไป 7-11 ก็ปลอบโยนพวกเขาได้ดีเลยทีดียว!

แต่ว่าคำถามที่ผมอยากจะถามทุกท่านก็คือ เวลาที่ท่านมีความทุกข์ ร้องไห้ หมดกำลังใจ หรือเสียใจ อะไรคือสิ่งที่ปลอบโยนท่านได้ดีที่สุด?

สำหรับบางคนอาจจะเป็นการคุยกับใครสักคน สำหรับบางคนอาจจะเป็นการออกไปเที่ยว การดื่ม/ปาร์ตี้ และอื่นๆ อีกมากมาย 

แต่ว่าสำหรับผู้เขียนสดุดี 119 เขาบอกว่า พระวจนะของพระเจ้านั้นปลอบโยนเขา คือความจริงที่เขาได้เห็นจากพระคัมภีร์

มีหลายๆ ข้อที่พูดถึงความจริงนี้ เช่น

  • ข้อที่ 50 เขียนไว้ว่า “นี่คือการปลอบโยนในความทุกข์ยากของข้าพระองค คือพระสัญญาของพระองค์ให้ชีวิตแกข้าพระองค” 
  • ข้อที่ 76 เขียนไว้ว่า “ขอความรักมั่นคงของพระองค์เป็นที่ปลอบโยนข้าพระองค์ ตามพระสัญญาของพระองค์แก่ผู้รับใช้ของพระองค์”

เราจึงจะเห็นได้ว่า พระคำของพระเจ้าจึงเป็นที่ปลอบโยนของผู้เขียนสดุดี 119 และไม่มีอะไรปลอบโยนเขาได้ดีกว่าพระคำของพระองค์

เช่นเดียวกัน พระคำของพระเจ้าสามารถปลอบโยนผู้เชื่อเราได้ทุกคนและในทุกสถานการณ์ 

ผมอยากจะชี้ให้เห็นถึงพระคำที่หนุนใจและปลอบโยนผู้เชื่อเราในช่วงเวลาต่างๆ 

1. พระคำที่ปลอบโยนเราเวลาเรากังวล

  • พระเยซูหนุนใจเราไว้ในมัทธิว 6:25-34 ว่า “เพราะเหตุนี้ เราบอกท่านทั้งหลายว่า อย่ากระวนกระวายถึงชีวิตของตนว่าจะเอาอะไรกิน หรือจะเอาอะไรดื่ม และอย่ากระวนกระวายถึงร่างกายของตนว่าจะเอาอะไรนุ่งห่ม ชีวิตสำคัญยิ่งกว่าอาหารไม่ใช่หรือ? และร่างกายสำคัญยิ่งกว่าเครื่องนุ่งห่มไม่ใช่หรือ? 26จงดูนกทั้งหลายบนฟ้า พวกมันไม่ได้หว่าน ไม่ได้เกี่ยว ไม่ได้รวบรวมไว้ในยุ้งฉาง แต่พระบิดาของพวกท่าน ผู้สถิตในสวรรค์ทรงเลี้ยงพวกมันไว้ ท่านไม่ประเสริฐกว่าพวกมันหรือ? 27มีใครในพวกท่านที่โดยความกระวนกระวาย สามารถต่ออายุของตนให้ยืนนานขึ้นอีกนิดหนึ่งได้ 28ท่านกระวนกระวายถึงเครื่องนุ่งห่มทำไม? จงพิจารณาดูว่าดอกไม้ในทุ่งนานั้นเติบโตขึ้นอย่างไร มันไม่ทำงาน มันไม่ปั่นด้าย 29แต่เราบอกพวกท่านว่า แม้แต่กษัตริย์ซาโลมอนเมื่อทรงบริบูรณ์ด้วยศักดิ์ศรี ก็ไม่ได้แต่งพระองค์งามเท่าดอกไม้เหล่านี้สักดอกหนึ่ง 30และถ้าพระเจ้าทรงตกแต่งหญ้าที่ทุ่งนาอย่างนั้น ซึ่งเป็นอยู่วันนี้และรุ่งขึ้นต้องทิ้งในเตาไฟ โอ พวกมีความเชื่อน้อย พระองค์จะไม่ทรงตกแต่งท่านมากยิ่งกว่านั้นหรือ? 31เหตุฉะนั้นอย่ากระวนกระวายและกล่าวว่าจะเอาอะไรกิน? หรือจะเอาอะไรดื่ม? หรือจะเอาอะไรนุ่งห่ม? 32เพราะว่าบรรดาคนต่างชาติแสวงหาสิ่งทั้งปวงนี้ แต่ว่าพระบิดาของพวกท่านผู้สถิตในสวรรค์ทรงทราบแล้วว่าท่านต้องการสิ่งทั้งปวงนี้ 33แต่พวกท่านจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงนี้ให้ 34“เพราะฉะนั้น อย่ากระวนกระวายถึงวันพรุ่งนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้ก็มีเรื่องกระวนกระวายของมันเอง แต่ละวันก็มีทุกข์พออยู่แล้ว”
  • ในฟีลิปปี 4:6-7 ท่านเปาโลบอกว่า “6อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ โดยการอธิษฐานและการวิงวอน พร้อมกับการขอบพระคุณ 7แล้วสันติสุขของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านทั้งหลายไว้ในพระเยซูคริสต์”

2.พระคำที่ปลอบโยนเราเวลาเราเกิดความกลัว 

  • ฮีบรู 13:5-6 “ ”
  • สดุดี 23:4 “แม้ข้าพระองค์จะเดินฝ่าหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆ เพราะพระองค์สถิตกับข้าพระองค์ คทาและธารพระกรของพระองค์ปลอบโยนข้าพระองค์
  • สดุดี  46:10 “จงนิ่งเสีย และรู้เถิดว่า เราคือพระเจ้า เราเป็นที่ยกย่องท่ามกลางบรรดาประชาชาติ เราเป็นที่ยกย่องในแผ่นดินโลก”

3.พระคำปลอบโยนเราเวลาเราทุกข์ใจ

  • พระะเยซูตรัสกับสาวกของพระองค์และเราทุกคนว่าในยอห์น 14:1 “อย่าให้ใจของพวกท่านเป็นทุกข์เลย พวกท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย ”

4.ปลอยโยนเราเวลาเรารู้สึกโดดเดี่ยว

  • พระธรรมอิสยาห์ 41:10 เขียนไว้ว่า “อย่ากลัวเลย เพราะเราอยู่กับเจ้า อย่าขยาด เพราะเราเป็นพระเจ้าของเจ้า เราจะเสริมกำลังเจ้า เราจะช่วยเจ้า เราจะชูเจ้าด้วยมือขวาอันชอบธรรมของเรา”

5.พระคำที่ปลอบโยนเราเวลาเราสูญเสียคนที่เรารัก

  • ท่านเปาโลหนุนใจเราไว้ใน 1 เธสะโลนิกา  4:13-14 ว่า “พี่น้องทั้งหลาย เราไม่อยากให้ท่านขาดความเข้าใจเรื่องคนที่ล่วงหลับไปแล้ว เพื่อท่านจะไม่เป็นทุกข์โศกเศร้า อย่างคนอื่นๆ ที่ไม่มีความหวังเพราะในเมื่อเราเชื่อว่าพระเยซูสิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์แล้ว โดยพระเยซูนั้น พระเจ้าจะทรงนำบรรดาคนที่ล่วงหลับไปแล้วนั้นมากับพระองค์”

6. พระคำที่ปลอบโยนเราเวลาเจอเรื่องทุกข์ยากที่เราไม่เข้าใจ

  • พระคัมภีร์ในโรม 8:28 บอกว่า “เรารู้ว่าเหตุการณ์ทุกอย่างร่วมกันก่อผลดีแก่คนที่รักพระเจ้า คือแก่คนทั้งหลายที่พระองค์ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์”

7.พระคำปลอบโยนเราเวลาเรานั้นรู้สึกไม่มีใครรักหรือไม่มั่นใจในความรักของพระเจ้า

  • โรม 8:35-39 เป็นพระธรรตอนหนึ่งที่ยืนยันไว้อย่างหนักแน่นถึงความรักที่พระเจ้ามีให้กับเรา ซึ่งเขียนไว้ว่า  “35แล้วใครจะให้เราขาดจากความรักของพระคริสต์ได้? จะเป็นความทุกข์ หรือความยากลำบาก หรือการเคี่ยวเข็ญ หรือการกันดารอาหาร หรือการเปลือยกาย หรือการถูกโพยภัย หรือการถูกคมดาบหรือ? 36ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “เพราะเห็นแก่พระองค์ ข้าพระองค์จึงถูกประหารวันยังค่ำ และนับว่าเป็นแกะสำหรับเอาไปฆ่า”37แต่ว่าในเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เรามีชัยเหลือล้นโดยพระองค์ผู้ทรงรักเราทั้งหลาย 38เพราะข้าพเจ้าแน่ใจว่า แม้ความตาย หรือชีวิต หรือบรรดาทูตสวรรค์ หรือเทพเจ้า หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้ หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย 39หรือซึ่งสูง หรือซึ่งลึก หรือสิ่งใดๆ อื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถทำให้เราขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้

8. ปลอบโยนเราเวลาเรานั้นเผชิญกับความทุกข์ยากในโลกนี้

  • วิวรณ์ 21:1-4 “1และข้าพเจ้าเห็นฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่ เพราะว่าฟ้าสวรรค์เดิมและแผ่นดินโลกเดิมนั้นหายไปแล้ว และทะเลก็ไม่มีอีกต่อไป 2และข้าพเจ้าได้เห็นนครบริสุทธิ์ คือนครเยรูซาเล็มใหม่ลอยลงมาจากสวรรค์และจากพระเจ้า นครนี้เตรียมพร้อมเหมือนอย่างเจ้าสาวที่แต่งตัวไว้สำหรับสามี 3ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังจากพระที่นั่งว่า “นี่แน่ะ ที่ประทับของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์แล้ว และพระองค์จะประทับกับเขาทั้งหลาย พวกเขาจะเป็นชนชาติของพระองค์ พระเจ้าเองจะสถิตกับเขา [และจะทรงเป็นพระเจ้าของเขา] 4พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆ หยดจากตาของเขาทั้งหลาย และความตายจะไม่มีอีกต่อไป ความโศกเศร้า การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป เพราะยุคเดิมนั้นผ่านไปแล้ว””

เพราะฉะนั้น เราจึงจะเห็นได้ว่าพระคำของพระเจ้านั้นสามารถที่ช่วยเหลือเราและปลอบโยนเราได้ในช่วงเวลาต่างๆ 

ท่านทุกข์ใจเกี่ยวกับเรื่องใดอยู่หรือไม่? พระคัมภีร์มีคำตอบและปลอบโยนท่านได้

ขอให้พระคำเป็นคำปลอบโยนของท่านในแต่ละวัน!

Scroll to Top